ประเภทคำสั่งใน MT5 มีอะไรบ้าง?
MT5 มีคำสั่ง Market Order และคำสั่ง Pending Order หลัก 6 ประเภท ได้แก่ Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop, Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit คำสั่ง Market Order จะเปิดออเดอร์ทันที ขณะที่คำสั่ง Pending Order จะเปิดออเดอร์เฉพาะเมื่อราคาในตลาดไปถึงระดับราคาที่เลือกไว้ ประเภทคำสั่งของ MetaTrader 5 คือคำสั่งการเทรดที่บอกแพลตฟอร์มเทรด MT5 ว่าจะเปิดสถานะอย่างไรและเมื่อใด
ประเภทคำสั่งใน MT5 คืออะไร?
ประเภทคำสั่งของ MT5 คือคำสั่งการเทรดที่บอก MetaTrader 5 ว่าจะเข้าตลาดทันที รอให้ราคาย่อตัว รอการเบรกเอาต์ หรือวางคำสั่งที่สองหลังจากราคาไปถึงระดับทริกเกอร์
ประเภทคำสั่งมีความสำคัญเพราะช่วยให้เทรดเดอร์เปลี่ยนการวิเคราะห์ให้กลายเป็นการเข้าเทรดจริง เทรดเดอร์อาจต้องการซื้อทันที ซื้อเมื่อราคาลงมาถึงแนวรับ หรือซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป แต่ละสถานการณ์ต้องใช้ประเภทคำสั่งที่แตกต่างกัน
NordFX เป็นโบรกเกอร์แบบมัลติแอสเซท ที่ให้บริการเข้าถึงแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 โดย MT5 คือแพลตฟอร์มที่เทรดเดอร์ใช้วางและจัดการคำสั่งประเภทต่าง ๆ เหล่านี้

ภาพรวมประเภทคำสั่งใน MT5
ประเภทคำสั่งใน MT5 สามารถแบ่งได้เป็นคำสั่งเข้าตลาดและคำสั่งเพื่อบริหารความเสี่ยง คำสั่งเข้าตลาดใช้เปิดออเดอร์ ส่วนคำสั่งบริหารความเสี่ยงช่วยปิดหรือจัดการออเดอร์หลังจากเปิดไปแล้ว
หมวดหมู่ | คำสั่งหรือเครื่องมือ | หน้าที่หลัก |
คำสั่งเข้าตลาด | Market Order | เปิดออเดอร์ทันที |
คำสั่งเข้าตลาด | Buy Limit | ซื้อที่ระดับต่ำกว่าราคาปัจจุบัน |
คำสั่งเข้าตลาด | Sell Limit | ขายที่ระดับสูงกว่าราคาปัจจุบัน |
คำสั่งเข้าตลาด | Buy Stop | ซื้อที่ระดับสูงกว่าราคาปัจจุบัน |
คำสั่งเข้าตลาด | Sell Stop | ขายที่ระดับต่ำกว่าราคาปัจจุบัน |
คำสั่งเข้าตลาด | Buy Stop Limit | ทริกเกอร์คำสั่ง Buy Limit หลังราคาขึ้นไปถึงระดับ stop |
คำสั่งเข้าตลาด | Sell Stop Limit | ทริกเกอร์คำสั่ง Sell Limit หลังราคาลงมาถึงระดับ stop |
เครื่องมือบริหารความเสี่ยง | Stop Loss | ช่วยปิดออเดอร์ที่ขาดทุนที่ระดับที่เลือกไว้ |
เครื่องมือบริหารความเสี่ยง | Take Profit | ช่วยปิดออเดอร์ที่มีกำไรที่ระดับที่เลือกไว้ |
ความแตกต่างนี้สำคัญ คำสั่ง Market, Limit, Stop และ Stop Limit ใช้เพื่อเข้าเทรด ส่วน Stop Loss และ Take Profit ใช้เพื่อจัดการการออกจากตลาด
Market Order ใน MT5 คืออะไร?
Market Order คือคำสั่งให้เปิดออเดอร์ซื้อหรือขายทันทีที่ราคาตลาดที่มีอยู่
Market Buy จะเปิดสถานะซื้อ (Long) ส่วน Market Sell จะเปิดสถานะขาย (Short) คำสั่ง Market Order ใช้งานง่าย แต่ราคาที่ได้จริงอาจขึ้นอยู่กับสเปรด สภาพคล่อง ความผันผวน และเงื่อนไขการดำเนินคำสั่ง
ตัวอย่าง:
หาก XAUUSD ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 4,000 และเทรดเดอร์ต้องการเข้าตลาดทันที เทรดเดอร์สามารถวางคำสั่ง Market Buy ใน MT5 ได้ สถานะจะเปิดที่ราคาตลาดที่มีอยู่ และเทรดเดอร์สามารถเพิ่มระดับ Stop Loss และ Take Profit เพื่อบริหารความเสี่ยงและวางแผนเป้าหมายได้

Pending Order ใน MT5 คืออะไร?
Pending Order คือคำสั่งให้เปิดออเดอร์ในภายหลัง หากราคาในตลาดไปถึงระดับที่เลือกไว้
Pending Order มีประโยชน์เมื่อเทรดเดอร์มีแผนการเข้าตลาดที่ชัดเจน แต่ไม่ต้องการเฝ้าหน้าจอกราฟตลอดเวลา มักถูกใช้บริเวณแนวรับ แนวต้าน จุดเบรกเอาต์ จุดย่อตัว และระดับทางเทคนิคที่วางแผนไว้
ใน MT5 มีคำสั่ง Pending Order หลัก 6 ประเภท ได้แก่ Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop, Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit
สำหรับภาพรวมความรู้การเทรดในวงกว้าง ดูที่ การเทรดทำงานอย่างไร

คำสั่ง Limit และ Stop ใน MT5 แตกต่างกันอย่างไร?
คำสั่ง Limit มักใช้กับการย่อตัวของราคา ขณะที่คำสั่ง Stop มักใช้กับการเบรกเอาต์
คำสั่ง Limit จะรอให้ราคาเคลื่อนไปยังระดับที่ได้เปรียบมากขึ้นก่อนเข้าตลาด ส่วนคำสั่ง Stop จะรอให้ราคาเคลื่อนผ่านระดับที่เลือกไว้ก่อนเข้าตลาด
ประเภทคำสั่ง | วางไว้ที่ระดับใด? | การใช้งานทั่วไป |
Buy Limit | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ซื้อหลังราคาย่อตัว |
Sell Limit | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ขายหลังราคาดีดตัวขึ้น |
Buy Stop | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ซื้อหลังราคาเบรกขึ้น |
Sell Stop | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ขายหลังราคาเบรกลง |
กฎง่าย ๆ:
ใช้คำสั่ง Limit เมื่อคุณคาดว่าราคาจะกลับมาที่ระดับหนึ่ง และใช้คำสั่ง Stop เมื่อคุณคาดว่าราคาจะเคลื่อนต่อไปหลังทะลุระดับนั้น
อธิบายคำสั่ง Buy Limit
คำสั่ง Buy Limit คือคำสั่งรอดำเนินการเพื่อซื้อที่ระดับต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
เทรดเดอร์ใช้คำสั่ง Buy Limit เมื่อคาดว่าราคาจะลงก่อนแล้วจึงขึ้น มักเชื่อมโยงกับระดับแนวรับ การเข้าซื้อตอนราคาย่อตัว หรือการซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน

อธิบายคำสั่ง Sell Limit
คำสั่ง Sell Limit คือคำสั่งรอดำเนินการเพื่อขายที่ระดับสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
เทรดเดอร์ใช้คำสั่ง Sell Limit เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นก่อนแล้วจึงลง คำสั่งประเภทนี้มักใช้ใกล้ระดับแนวต้าน หรือหลังการปรับตัวขึ้นของราคา

อธิบายคำสั่ง Buy Stop
คำสั่ง Buy Stop คือคำสั่งรอดำเนินการเพื่อซื้อที่ระดับสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
เทรดเดอร์ใช้คำสั่ง Buy Stop เมื่อต้องการเข้าตลาดเฉพาะหลังจากราคาทะลุขึ้นเหนือระดับที่เลือกไว้ ซึ่งพบได้ทั่วไปในการเทรดแบบเบรกเอาต์

อธิบายคำสั่ง Sell Stop
คำสั่ง Sell Stop คือคำสั่งรอดำเนินการเพื่อขายที่ระดับต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
เทรดเดอร์ใช้คำสั่ง Sell Stop เมื่อต้องการเข้าตลาดเฉพาะหลังจากราคาทะลุลงใต้ระดับที่เลือกไว้ มักใช้เมื่อแนวรับถูกทำลายและเทรดเดอร์คาดว่าราคาจะลงต่อ

อธิบายคำสั่ง Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit
คำสั่ง Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit คือคำสั่งรอดำเนินการระดับสูงของ MT5 ที่ผสมทริกเกอร์แบบ stop เข้ากับคำสั่งแบบ limit
คำสั่งเหล่านี้ไม่เหมือนคำสั่ง Buy Stop หรือ Sell Stop ทั่วไป คำสั่ง Stop มาตรฐานจะเปิดออเดอร์เมื่อราคาไปถึงระดับทริกเกอร์ ส่วนคำสั่ง Stop Limit จะรอทริกเกอร์ก่อน แล้วจึงวางคำสั่ง Limit ที่ราคาอีกระดับที่เลือกไว้
คำสั่ง Stop Limit | ขั้นที่ 1 | ขั้นที่ 2 | การใช้งานทั่วไป |
Buy Stop Limit | ราคาขึ้นไปถึงระดับ stop | MT5 วางคำสั่ง Buy Limit ไว้ต่ำกว่าระดับ stop นั้น | การยืนยันการเบรกเอาต์ ตามด้วยการเข้าซื้อตอนราคาย่อตัวอย่างมีการควบคุม |
Sell Stop Limit | ราคาลงมาถึงระดับ stop | MT5 วางคำสั่ง Sell Limit ไว้สูงกว่าระดับ stop นั้น | การยืนยันการเบรกลง ตามด้วยการเข้าขายตอนราคาดีดตัวอย่างมีการควบคุม |
ตัวอย่าง:
XAUUSD ซื้อขายอยู่ที่ 3,380 แนวต้านอยู่ใกล้ 3,400 เทรดเดอร์ต้องการการยืนยันว่าราคาสามารถทะลุขึ้นไปได้ แต่ไม่ต้องการซื้อในราคาที่สูงเกินไปหลังการเบรกเอาต์ เทรดเดอร์สามารถใช้คำสั่ง Buy Stop Limit ได้ โดยระดับ stop อาจอยู่เหนือ 3,400 ขณะที่ราคา Stop Limit ถูกตั้งไว้ต่ำกว่า เพื่อเป็นระดับ Buy Limit ที่ต้องการหลังจากทริกเกอร์การเบรกเอาต์
คำสั่ง Stop Limit ซับซ้อนกว่าคำสั่งรอดำเนินการมาตรฐาน ผู้เริ่มต้นมักทำความเข้าใจคำสั่ง Market Order, Limit Order และ Stop Order ให้ได้ก่อนที่จะใช้คำสั่ง Stop Limit
จะเลือกประเภทคำสั่ง MT5 ที่เหมาะสมได้อย่างไร?
ประเภทคำสั่ง MT5 ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตรรกะการเข้าตลาดของเทรดเดอร์
แผนการเทรด | ประเภทคำสั่ง MT5 ที่เหมาะสม |
เข้าตลาดทันที | Market Order |
ซื้อหลังราคาลงมาถึงแนวรับ | Buy Limit |
ขายหลังราคาขึ้นไปถึงแนวต้าน | Sell Limit |
ซื้อหลังราคาทะลุแนวต้าน | Buy Stop |
ขายหลังราคาหลุดแนวรับ | Sell Stop |
ซื้อหลังการยืนยันการเบรกเอาต์และราคาย่อตัว | Buy Stop Limit |
ขายหลังการยืนยันการเบรกลงและราคาดีดตัว | Sell Stop Limit |
เทรดเดอร์ควรเลือกประเภทคำสั่งหลังจากกำหนดสถานการณ์ของตลาดแล้ว ประเภทคำสั่งควรสอดคล้องกับแผนการเทรด ไม่ใช่ในทางกลับกัน
สำหรับตลาดที่เปิดให้เทรด ดูที่ ตราสารการเทรดที่มีให้บริการใน NordFX
วิธีวางคำสั่งใน MT5
การวางคำสั่งใน MT5 ให้เลือกตราสาร เปิดหน้าต่างคำสั่ง เลือกประเภทคำสั่ง ใส่ปริมาณการเทรด ตั้งระดับราคาหากจำเป็น แล้วยืนยันคำสั่ง
ขั้นตอนทั่วไป:
- เปิดตราสารที่เลือกไว้ใน Market Watch หรือจากกราฟ
- คลิก New Order
- เลือก Market Execution หรือประเภท Pending Order
- ใส่ปริมาณการเทรด
- สำหรับคำสั่งรอดำเนินการ ให้ใส่ราคาเข้าตลาดที่วางแผนไว้
- เพิ่ม Stop Loss และ Take Profit หากเป็นส่วนหนึ่งของแผน
- ตรวจสอบรายละเอียดคำสั่งก่อนยืนยัน
Stop Loss และ Take Profit ช่วยจัดโครงสร้างความเสี่ยงและการวางแผนออกจากตลาดได้ แต่ไม่ได้ขจัดความเสี่ยงในการเทรด การดำเนินคำสั่งยังอาจขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ช่องว่างราคา สภาพคล่อง และความผันผวน
สำหรับคำนิยามของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ดูที่ อภิธานศัพท์การเทรด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ประเภทคำสั่งใน MT5
ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับคำสั่ง MT5 ที่พบบ่อยที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์สับสนระหว่างการเข้าตลาดตอนราคาย่อตัว การเข้าตลาดตอนเบรกเอาต์ และเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
ข้อผิดพลาด | เกิดขึ้นเพราะอะไร | วิธีหลีกเลี่ยง |
ใช้ Buy Limit แทน Buy Stop | เทรดเดอร์ต้องการซื้อตอนเบรกเอาต์ แต่เลือกคำสั่งสำหรับการย่อตัว | ใช้ Buy Stop เมื่อจุดเข้าที่วางแผนไว้อยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน |
ใช้ Sell Limit แทน Sell Stop | เทรดเดอร์ต้องการขายตอนราคาเบรกลง แต่เลือกคำสั่งสำหรับการดีดตัว | ใช้ Sell Stop เมื่อจุดเข้าที่วางแผนไว้อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน |
สับสนระหว่างคำสั่ง Stop กับ Stop Loss | เพราะทั้งสองมีคำว่า “stop” | จำไว้ว่า Buy Stop และ Sell Stop ใช้เปิดออเดอร์ ส่วน Stop Loss ช่วยปิดออเดอร์ |
วางคำสั่งใกล้ราคาปัจจุบันมากเกินไป | เทรดเดอร์มองข้ามสเปรดและความแกว่งปกติของตลาด | เว้นระยะให้เพียงพอกับความผันผวนและเงื่อนไขของสัญลักษณ์นั้น |
ลืมกำหนดวันหมดอายุของคำสั่ง | คำสั่งรอดำเนินการยังคงทำงานอยู่นานกว่าที่ตั้งใจไว้ | ตรวจสอบคำสั่งที่ยังทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ |
ใช้คำสั่ง Stop Limit เร็วเกินไป | เทรดเดอร์ยังไม่เข้าใจทริกเกอร์แบบสองขั้นตอน | เรียนรู้คำสั่ง Limit และ Stop มาตรฐานให้เข้าใจก่อน |
มองข้ามความเสี่ยงก่อนเข้าตลาด | เทรดเดอร์ให้ความสนใจแต่ทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว | กำหนดขนาดสถานะ Stop Loss และระดับที่ทำให้แผนเป็นโมฆะ ก่อนวางคำสั่ง |
Stop Loss และ Take Profit เป็นประเภทคำสั่งของ MT5 หรือไม่?
Stop Loss และ Take Profit เป็นคำสั่งเพื่อบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่ประเภทคำสั่งสำหรับเข้าตลาด
Stop Loss ช่วยปิดสถานะหากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับออเดอร์ ส่วน Take Profit ช่วยปิดสถานะหากตลาดไปถึงเป้าหมายที่เลือกไว้ โดยทั่วไปสามารถเพิ่มได้ตอนวางคำสั่งใหม่ หรือแก้ไขภายหลังใน MT5
คำถามที่พบบ่อย
MT5 มีประเภทคำสั่งทั้งหมดกี่ประเภท?
MT5 มีคำสั่ง Market Order และคำสั่ง Pending Order หลัก 6 ประเภท ได้แก่ Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop, Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit
ประเภทคำสั่งที่ง่ายที่สุดใน MT5 คืออะไร?
ประเภทคำสั่งที่ง่ายที่สุดใน MT5 คือ Market Order เพราะเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาตลาดที่มีอยู่
Market Order และ Pending Order แตกต่างกันอย่างไร?
Market Order เปิดออเดอร์ทันที ส่วน Pending Order จะเปิดออเดอร์เฉพาะเมื่อราคาในตลาดไปถึงระดับราคาที่เลือกไว้
Buy Limit และ Buy Stop แตกต่างกันอย่างไร?
คำสั่ง Buy Limit วางไว้ต่ำกว่าราคาปัจจุบันและใช้สำหรับเข้าซื้อตอนราคาย่อตัว ส่วนคำสั่ง Buy Stop วางไว้สูงกว่าราคาปัจจุบันและใช้สำหรับเข้าซื้อตอนเบรกเอาต์
Sell Limit และ Sell Stop แตกต่างกันอย่างไร?
คำสั่ง Sell Limit วางไว้สูงกว่าราคาปัจจุบันและใช้หลังจากราคาปรับขึ้น ส่วนคำสั่ง Sell Stop วางไว้ต่ำกว่าราคาปัจจุบันและใช้หลังจากราคาเบรกลง
คำสั่ง Stop Limit เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือไม่?
โดยทั่วไปคำสั่ง Stop Limit เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เข้าใจคำสั่ง Limit และ Stop มาตรฐานอยู่แล้ว เพราะซับซ้อนกว่าเนื่องจากใช้ทั้งราคาทริกเกอร์และราคา limit
คำสั่งรอดำเนินการใน MT5 หมดอายุได้หรือไม่?
ได้ MT5 อนุญาตให้เทรดเดอร์ตั้งเงื่อนไขวันหมดอายุสำหรับคำสั่งรอดำเนินการ หากราคาไม่ไปถึงระดับที่เลือกไว้ก่อนหมดอายุ คำสั่งนั้นจะถูกยกเลิก
ทุกโบรกเกอร์เสนอเงื่อนไขการเทรด MT5 เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน MT5 เป็นแพลตฟอร์มการเทรด แต่เงื่อนไขการเทรดขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ ประเภทบัญชี ตราสาร สเปรด สภาพคล่อง ข้อกำหนดมาร์จิ้น และรูปแบบการดำเนินคำสั่ง
ประเด็นสำคัญ
- ประเภทคำสั่งใน MT5 กำหนดว่าออเดอร์จะถูกเปิดอย่างไรและเมื่อใด
- Market Order ใช้สำหรับการเข้าตลาดทันที
- คำสั่ง Limit มักใช้กับการย่อตัวของราคา
- คำสั่ง Stop มักใช้กับการเบรกเอาต์
- คำสั่ง Stop Limit เป็นคำสั่งรอดำเนินการระดับสูงแบบสองขั้นตอน
- Stop Loss และ Take Profit เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่ประเภทคำสั่งเข้าตลาดมาตรฐาน
- ประเภทคำสั่งที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับแผนของเทรดเดอร์ ระดับราคา และกฎการบริหารความเสี่ยง
เกี่ยวกับผู้เขียน
Vanessa Polson เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ NordFX มีประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์ในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินมากกว่าสิบสองปี เธอได้พัฒนาและดำเนินแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผ่านช่องทางการค้นหา โซเชียล และดิสเพลย์ในสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร งานของเธอมุ่งเน้นการแปลผลิตภัณฑ์ทางการเงินและเครื่องมือการเทรดที่ซับซ้อนให้เป็นเนื้อหาเชิงให้ความรู้ที่ชัดเจนและใช้งานได้จริง ซึ่งทำให้เธอมีมุมมองที่กว้างและรอบด้านต่อภาพรวมการเทรดทั่วโลก
ติดตาม Vanessa ได้ที่ LinkedIn
กลับ กลับ