รายการตรวจสอบการเติมเงินในบัญชีซื้อขาย: 7 สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนฝากเงิน

คุณควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนเติมเงินเข้าบัญชีเทรด?

คำตอบสั้นๆ: ก่อนเติมเงินเข้าบัญชีเทรด ให้ยืนยันตัวตน ตรวจสกุลเงินของบัญชี เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมฝากเงินและระยะเวลาดำเนินการ ตรวจให้แน่ใจว่าวิธีชำระเงินตรงตามความต้องการของคุณ เข้าใจวิธีการถอนเงิน และตัดสินใจว่าคุณต้องการฝากเงินจริงเท่าไร


การเติมเงินเข้าบัญชีเทรดหมายถึงอะไร?

การเติมเงินเข้าบัญชีเทรดหมายถึงการโอนเงินของคุณเองไปยังโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้สามารถนำเงินบางส่วนหรือทั้งหมดไปใช้ในการเทรดจริงได้

ไม่ควรสับสนกับบัญชีเทรดแบบมีเงินทุนสนับสนุนที่เสนอโดยบริษัทพร็อพเทรดดิ้ง ในรูปแบบนั้น โดยปกติเทรดเดอร์จะต้องผ่านการประเมินก่อนจึงจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงเงินทุนภายใต้กฎของบริษัท

สำหรับบัญชีโบรกเกอร์รายย่อยทั่วไป เทรดเดอร์ฝากเงินส่วนตัวและตัดสินใจว่าจะจัดสรรเงินทุนเพื่อการเทรดเท่าใด

ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของโบรกเกอร์ เงินอาจเข้ากระเป๋าลูกค้าหรือPersonal Area ก่อนจะถูกโอนไปยังบัญชีเทรดจริง

มีคำสำคัญหลายคำที่ควรรู้:

เงินฝากขั้นต่ำ คือจำนวนเงินน้อยที่สุดที่ต้องมีสำหรับบัญชีหรือวิธีเติมเงินนั้นๆ ไม่ได้บอกว่าคุณควรเสี่ยงเท่าไร

สกุลเงินของบัญชี คือสกุลเงินที่ใช้บันทึกยอดคงเหลือของบัญชีเทรด equity และ margin

วิธีชำระเงิน คือบัตรธนาคาร การโอนเงินผ่านธนาคาร บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ การโอนคริปโทเคอร์เรนซี หรือช่องทางอื่นที่ใช้ส่งเงิน


7 สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนฝากเงินมีอะไรบ้าง?

ตรวจสอบ

สิ่งที่ต้องยืนยัน

เหตุผลที่สำคัญ

1. การยืนยันตัวตน

สถานะการยืนยันตัวตนและบัญชี

การยืนยันที่ไม่สมบูรณ์อาจจำกัดการใช้งานบัญชีหรือทำให้ธุรกรรมภายหลังล่าช้า

2. ประเภทบัญชี

เงินฝากขั้นต่ำ รูปแบบราคา เครื่องมือ และแพลตฟอร์มเทรด

บัญชีแต่ละประเภทอาจมีเงื่อนไขต่างกัน

3. สกุลเงินของบัญชี

สกุลเงินที่ฝากเทียบกับสกุลเงินของบัญชีเทรด

การแปลงสกุลเงินอาจส่งผลต่อจำนวนเงินที่ได้รับเครดิต

4. วิธีฝากเงิน

ค่าธรรมเนียม วงเงิน ความพร้อมใช้งาน และระยะเวลาดำเนินการ

เงื่อนไขการเติมเงินแตกต่างกันไปตามวิธีชำระเงิน

5. ความเป็นเจ้าของบัญชีชำระเงิน

แหล่งที่มาของเงินต้องเป็นของเจ้าของบัญชีหรือไม่

การชำระเงินจากบุคคลที่สามอาจถูกปฏิเสธ

6. กฎการถอนเงิน

เงินที่ฝากไปสามารถถอนออกได้ที่ไหนและอย่างไรในภายหลัง

วิธีฝากเงินอาจส่งผลต่อเส้นทางการถอนเงินในอนาคต

7. การจัดสรรเพื่อการเทรด

เงินฝากจำนวนเท่าใดที่จะถูกนำไปใช้ในบัญชีจริง

ยอดคงเหลือที่มากขึ้นอาจรองรับการเปิดสถานะได้มากขึ้น แต่ก็ทำให้เงินทุนเผชิญความเสี่ยงในการเทรดมากขึ้นด้วย


7 Things to Check Before You Deposit

1. บัญชีเทรดของคุณได้รับการยืนยันแล้วหรือยัง?

การยืนยันบัญชีเป็นหนึ่งในสิ่งแรกที่ควรตรวจสอบก่อนโอนเงิน

โบรกเกอร์มักใช้ขั้นตอน Know Your Customer (KYC) เพื่อยืนยันตัวตนของลูกค้า ซึ่งอาจรวมถึงการยืนยันข้อมูลติดต่อและการส่งเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือหลักฐานที่อยู่

การยืนยันมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการฝากเงินและถอนเงินอาจไม่ได้ใช้การตรวจสอบแบบเดียวกันเสมอไป

โบรกเกอร์อาจอนุญาตให้ใช้บางฟังก์ชันของบัญชีได้ก่อนขั้นตอนยืนยันจะเสร็จสมบูรณ์ แต่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมก่อนดำเนินการถอนเงิน

ดังนั้น การทำการยืนยันที่จำเป็นให้เรียบร้อยก่อนฝากเงินจึงช่วยลดโอกาสที่จะพบปัญหาเอกสารที่ยังไม่ได้แก้ไขเมื่อคุณต้องการถอนเงินในภายหลัง

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้กับบัญชีเทรดก็ควรถูกต้องด้วย ชื่อและข้อมูลระบุตัวตนอื่นๆ ควรตรงกับเอกสารและบัญชีชำระเงินที่จะนำมาใช้

2. คุณกำลังเติมเงินเข้าบัญชีเทรดที่ถูกต้องหรือไม่?

โบรกเกอร์อาจมีบัญชีจริงหลายประเภท และแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันอย่างมาก

ก่อนฝากเงิน ให้ยืนยัน:

  1. เงินฝากขั้นต่ำ;
  2. โครงสร้างสเปรดและค่าคอมมิชชัน;
  3. เครื่องมือที่มีให้ใช้งาน;
  4. แพลตฟอร์มเทรด;
  5. เงื่อนไขเลเวอเรจและมาร์จิ้น;
  6. ขนาดการเทรดขั้นต่ำ;
  7. สกุลเงินของบัญชี

เงินฝากขั้นต่ำควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

เงินฝากขั้นต่ำเป็นเพียงจำนวนเงินที่ต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของบัญชีเท่านั้น ไม่ใช่การประเมินว่าควรใช้เงินเท่าใดสำหรับกลยุทธ์ของคุณ และไม่ใช่ระดับความเสี่ยงที่แนะนำ

ตัวอย่างเช่น บัญชีสองประเภทอาจมีเงินฝากขั้นต่ำต่างกัน เพราะบัญชีหนึ่งใช้รูปแบบราคาตามสเปรดมาตรฐาน ขณะที่อีกบัญชีใช้สเปรดที่แคบกว่าและมีค่าคอมมิชชันร่วมด้วย

ดังนั้นควรเลือกบัญชีที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจว่าจะโอนเงินเท่าไร

3. สกุลเงินที่ฝากตรงกับสกุลเงินของบัญชีหรือไม่?

สกุลเงินที่ฝากและสกุลเงินของบัญชีเทรดไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

สมมุติว่าบัญชีเทรดระบุเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่เทรดเดอร์ชำระจากบัญชีที่ระบุเป็นยูโร ในบางจุดของธุรกรรม EUR จะต้องถูกแปลงเป็น USD

การแปลงดังกล่าวอาจดำเนินการโดยธนาคาร เครือข่ายบัตร บริการชำระเงิน หรือผู้ให้บริการรายอื่น ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้และค่าธรรมเนียมการแปลงใดๆ อาจส่งผลต่อจำนวนเงินสุดท้ายที่เข้าบัญชี

ก่อนยืนยันการชำระเงิน ให้ตรวจสอบ:

  1. สกุลเงินที่วิธีฝากเงินรองรับ;
  2. สกุลเงินของบัญชีเทรด;
  3. ใครเป็นผู้ทำการแปลงสกุลเงิน;
  4. มีค่าธรรมเนียมการแปลงหรือการบวกราคาอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่

เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อเงินฝากที่ตั้งใจไว้ใกล้เคียงกับจำนวนขั้นต่ำที่ต้องใช้

เทรดเดอร์ที่ตั้งใจจะเติมเงินให้ได้เท่ากับขั้นต่ำพอดี อาจได้รับเครดิตต่ำกว่านั้นหากมีการหักค่าธรรมเนียมการแปลงหรือค่าชำระเงินก่อนเงินเข้าบัญชี

4. วิธีฝากเงินมีค่าธรรมเนียม วงเงิน และระยะเวลาดำเนินการอย่างไร?

อย่าประเมินวิธีชำระเงินเพียงจากการมีให้ใช้งาน

ให้ตรวจสอบตัวแปร 4 อย่าง:

ค่าธรรมเนียม. โบรกเกอร์ ผู้ประมวลผลการชำระเงิน ธนาคาร หรือเครือข่ายบล็อกเชนอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม

จำนวนขั้นต่ำและสูงสุด. วิธีชำระเงินอาจมีวงเงินธุรกรรมของตัวเองที่แยกจากเงินฝากขั้นต่ำของบัญชีเทรด

ระยะเวลาดำเนินการ. บางวิธีสามารถเครดิตได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่การโอนเงินผ่านธนาคารหรือวิธีอื่นๆ อาจใช้เวลาประมวลผลเพิ่มเติม

ความพร้อมใช้งาน. ตัวเลือกการเติมเงินอาจแตกต่างกันไปตามประเทศและสกุลเงิน

การฝากคริปโทเคอร์เรนซีต้องตรวจสอบอีกหนึ่งอย่าง: เครือข่ายบล็อกเชนและรายละเอียดการโอน

หากโบรกเกอร์ระบุที่อยู่กระเป๋าเงิน เครือข่าย และพารามิเตอร์ธุรกรรมเฉพาะ ให้ใช้รายละเอียดนั้นอย่างเคร่งครัด การส่งคริปโตแอสเซ็ตผ่านเครือข่ายที่ผิดหรือไปยังรายละเอียดการโอนที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ธุรกรรมยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะกู้คืน

ดังนั้น วิธีเติมเงินที่ถูกต้องไม่ใช่แค่วิธีที่เร็วที่สุดเสมอไป แต่คือวิธีที่สกุลเงิน ต้นทุน วงเงิน และกฎการถอนเงินในภายหลังตรงกับความต้องการของเทรดเดอร์

5. วิธีชำระเงินเป็นของคุณเองหรือไม่?

บริษัทการเงินจำนวนมากจำกัดหรือห้ามการชำระเงินจากบุคคลที่สาม

การชำระเงินจากบุคคลที่สามเกิดขึ้นเมื่อผู้ส่งเงินไม่ใช่เจ้าของบัญชีเทรด

ตัวอย่างเช่น การใช้:

  1. บัญชีธนาคารของคนอื่น;
  2. บัตรชำระเงินของเพื่อน;
  3. บัญชีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของญาติ;
  4. บัญชีชำระเงินที่ลงทะเบียนในชื่ออื่น

ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและกระบวนการตรวจสอบธุรกรรม

ตัวอย่างเช่น เงื่อนไขลูกค้าปัจจุบันของ NordFX กำหนดให้ผู้โอนและผู้รับเงินต้องเป็นบุคคลเดียวกับลูกค้า

ก่อนฝากเงิน ให้ตรวจสอบกฎความเป็นเจ้าของที่แท้จริงของโบรกเกอร์ แทนที่จะสมมุติว่าบัตร กระเป๋าเงิน หรือบัญชีธนาคารใดๆ ก็ใช้ได้

เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษหากคุณคาดว่าจะถอนเงินในภายหลังผ่านช่องทางการชำระเงินเดียวกัน

6. คุณจะถอนเงินออกมาในภายหลังอย่างไร?

หนึ่งในกฎที่มีประโยชน์ที่สุดเมื่อเติมเงินเข้าบัญชีคือ:

ตรวจสอบขั้นตอนการถอนเงินก่อนทำการฝาก

วิธีชำระเงินที่สะดวกสำหรับการฝากเงินอาจมีกระบวนการที่แตกต่างเมื่อถอนเงิน

ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และระบบชำระเงิน การถอนเงินอาจต้อง:

  1. ส่งกลับผ่านวิธีชำระเงินเดิม;
  2. ส่งกลับไปยังบัญชีธนาคารในชื่อของลูกค้า;
  3. แบ่งคืนผ่านหลายวิธี หากมีหลายวิธีที่ใช้เติมเงิน;
  4. ผ่านการยืนยันเพิ่มเติม;
  5. ใช้เส้นทางที่อนุญาตอื่น หากวิธีชำระเงินเดิมไม่สามารถรับการถอนเงินได้

นั่นหมายความว่าการตัดสินใจเรื่องฝากและถอนเงินไม่ควรถูกพิจารณาแยกจากกัน

หากคุณเติมเงินเข้าบัญชีเดียวผ่านหลายสกุลเงินหรือหลายวิธีชำระเงิน ให้บันทึกว่าเงินส่วนใดมาจากช่องทางใด เพราะสิ่งนี้อาจมีผลในภายหลังหากกฎการถอนเงินกำหนดให้ต้องคืนเงินตามสัดส่วน

การฝากเงินที่รวดเร็วก็ไม่ได้หมายความว่าการถอนเงินจะรวดเร็วเท่ากันเสมอไป เพราะผู้ให้บริการชำระเงิน ระบบธนาคาร และการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอาจแตกต่างกัน

7. ควรนำเงินฝากไปใช้เทรดจริงเท่าไร?

การตรวจสอบขั้นสุดท้ายไม่ใช่แค่ฉันฝากได้เท่าไร?

แต่คือฉันตั้งใจจะนำเงินทุนเท่าไรไปเผชิญความเสี่ยงในการเทรด?

ความแตกต่างนี้สำคัญเพราะการเทรด CFD อาจมีการใช้เลเวอเรจ

CFD ทำให้เทรดเดอร์สามารถรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิงได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง เมื่อใช้เลเวอเรจ จะต้องวางเพียงบางส่วนของมูลค่าตำแหน่งรวมเป็นมาร์จิ้น

เลเวอเรจ จึงเพิ่มการเปิดรับความเสี่ยงในตลาดเมื่อเทียบกับจำนวนมาร์จิ้นที่ใช้ไป แต่มันไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงพื้นฐานหายไป

ตัวอย่างเช่น การฝากเงิน $1,000 ไม่ได้หมายความว่าเทรดเดอร์ควรวางโครงสร้างสถานะให้ต้องใช้เงินทั้งหมด $1,000 เป็นมาร์จิ้น

การรักษา free margin ไว้ช่วยเป็นกันชนสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาตามปกติ ต้นทุนธุรกรรม และการเปลี่ยนแปลงของ equity

เมื่อโบรกเกอร์มีกระเป๋าลูกค้าแยกต่างหาก ยังมีความแตกต่างระหว่างเงินที่ฝากไว้กับโบรกเกอร์และเงินที่โอนไปยังบัญชีเทรดจริง

ที่ NordFX เงินฝากที่ทำผ่าน Personal Area จะปรากฏใน Wallets ก่อน จากนั้นสามารถโอนเงินจาก Wallets ไปยังบัญชีเทรดจริงได้

เงินที่ยังคงอยู่ใน Wallet จะยังไม่ถูกใช้เป็นมาร์จิ้นสำหรับสถานะจริง แม้ว่าจะยังอยู่ภายใต้โครงสร้างบัญชีของโบรกเกอร์ก็ตาม

การตรวจสอบการเติมเงินในทางปฏิบัติมีหน้าตาอย่างไร?

ลองพิจารณาเทรดเดอร์สมมุติที่วางแผนจะฝากเงินเทียบเท่า $500

เทรดเดอร์ได้เลือกบัญชีเทรดจริงที่ระบุเป็น USD เรียบร้อยแล้ว

ก่อนทำการชำระเงิน เทรดเดอร์ตรวจสอบว่า:

  1. ขั้นตอนการยืนยันตัวตนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
  2. บัญชีจริงที่เลือกเป็นบัญชีที่ตั้งใจจะใช้เทรดจริง
  3. สกุลเงินที่ชำระอาจต้องถูกแปลงเป็น USD
  4. ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการของวิธีฝากที่เลือกยอมรับได้
  5. บัญชีชำระเงินลงทะเบียนในชื่อของเทรดเดอร์เอง
  6. เทรดเดอร์เข้าใจว่าเงินที่ฝากผ่านวิธีนั้นจะสามารถถอนออกมาได้อย่างไรในภายหลัง
  7. มีการโอนเพียงจำนวนเงินที่ตั้งใจใช้เทรดจริงจากกระเป๋าลูกค้าไปยังบัญชีเทรด

การเติมเงินที่ NordFX ทำงานอย่างไร?

NordFX เป็นโบรกเกอร์หลายสินทรัพย์ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เป็นแพลตฟอร์มเทรดที่รองรับบัญชีเทรดของ NordFX ที่ใช้งานร่วมกันได้

กระบวนการเติมเงินปัจจุบันเริ่มต้นใน Personal Area

ลูกค้าจะเลือกส่วนฝากเงิน เลือกวิธีชำระเงินและสกุลเงินที่มีให้ แล้วทำตามคำแนะนำการชำระเงิน

เงินที่ฝากจะปรากฏใน Wallets ก่อน

จากนั้นลูกค้าสามารถโอนเงินจาก Wallets ไปยังบัญชีเทรดจริงที่เลือกได้

โครงสร้างนี้ทำให้แยกการตัดสินใจออกเป็น 3 เรื่องได้อย่างชัดเจน:

ฉันจะฝากเงินเท่าไร?

ฉันจะใช้บัญชีเทรดไหน?

ฉันจะโอนเงินที่ฝากไปเท่าไรเข้าบัญชีเทรดนั้น?

ไม่จำเป็นต้องถือว่าเป็นการตัดสินใจเพียงเรื่องเดียว

เทรดเดอร์มักทำผิดพลาดอะไรบ้างก่อนเติมเงินเข้าบัญชี?

มองเงินฝากขั้นต่ำเป็นเงินฝากที่แนะนำ

ขั้นต่ำบอกเพียงจำนวนเงินต่ำสุดที่บัญชียอมรับเท่านั้น ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับขนาดสถานะที่เหมาะสม กลยุทธ์ หรือระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ละเลยการแปลงสกุลเงิน

การฝากในสกุลเงินหนึ่งแต่เครดิตเข้าบัญชีอีกสกุลเงินหนึ่งอาจได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียม

ใช้วิธีชำระเงินของคนอื่น

การชำระเงินจากบุคคลที่สามอาจขัดกับกฎการเติมเงินของโบรกเกอร์ และอาจสร้างปัญหาทั้งในขั้นตอนฝากและถอนเงิน

ใช้รายละเอียดการโอนคริปโตไม่ถูกต้อง

ต้องตรวจสอบที่อยู่บล็อกเชนและเครือข่ายอย่างรอบคอบก่อนส่งเงิน การโอนบนบล็อกเชนโดยทั่วไปไม่สามารถย้อนกลับได้เหมือนธุรกรรมบัตรแบบดั้งเดิม

มองว่ายอดคงเหลือทั้งหมดของบัญชีเป็นเงินเสี่ยงที่ใช้ได้ทันที

ยอดคงเหลือที่สูงขึ้นอาจรองรับการเปิดสถานะแบบใช้เลเวอเรจได้มากขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าควรนำยอดทั้งหมดไปใช้เป็นมาร์จิ้น

Common Mistakes Traders Make Before Funding an Account

คำถามที่พบบ่อย

ฉันควรยืนยันบัญชีเทรดก่อนฝากเงินไหม?

ถ้าเป็นไปได้ ควรทำ การยืนยันที่จำเป็นให้เสร็จก่อนเติมเงินช่วยให้มั่นใจว่าข้อมูลบัญชีของคุณถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่จะพบว่าเอกสารยังขาดอยู่เมื่อคุณต้องการใช้ฟังก์ชันบัญชีอื่นหรือถอนเงินในภายหลัง

เงินฝากขั้นต่ำคือจำนวนที่ฉันควรฝากหรือไม่?

ไม่ใช่ เงินฝากขั้นต่ำคือข้อกำหนดของบัญชี จำนวนเงินที่เหมาะสมในการฝากขึ้นอยู่กับการเงินส่วนตัว การกำหนดขนาดสถานะ กลยุทธ์การเทรด และจำนวนเงินที่คุณสามารถยอมเสี่ยงได้

ฉันสามารถใช้บัตรธนาคารของคนอื่นเติมเงินเข้าบัญชีเทรดได้ไหม?

อย่าสมมุติว่าได้ หลายโบรกเกอร์จำกัดการชำระเงินจากบุคคลที่สาม และกำหนดให้วิธีชำระเงินต้องเป็นของเจ้าของบัญชีเทรดเสมอ ตรวจสอบกฎการชำระเงินล่าสุดของโบรกเกอร์ทุกครั้ง

วิธีฝากเงินมีผลต่อวิธีถอนเงินหรือไม่?

มีผลได้ บางโบรกเกอร์กำหนดให้เงินต้องถูกส่งคืนผ่านวิธีเติมเงินเดิม หรือไปยังบัญชีที่อยู่ในชื่อของลูกค้าคนเดิม การใช้วิธีฝากหลายแบบก็อาจส่งผลต่อวิธีจัดสรรการถอนเงินในภายหลัง

ถ้าสกุลเงินที่ฝากไม่ตรงกับสกุลเงินของบัญชีจะเกิดอะไรขึ้น?

อาจต้องมีการแปลงสกุลเงิน กระบวนการแปลงอาจทำโดยธนาคาร ผู้ให้บริการชำระเงิน หรือคนกลางรายอื่น และอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องอาจส่งผลต่อจำนวนเงินที่ได้รับเครดิต

ยอดคงเหลือทั้งหมดในบัญชีเทรดจะถูกใช้เป็นมาร์จิ้นโดยอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่ใช่ Margin คือส่วนของ equity ในบัญชีที่จำเป็นสำหรับการคงสถานะที่ใช้เลเวอเรจ เงินที่ไม่ได้ใช้เป็นมาร์จิ้นจะเป็นส่วนหนึ่งของ free margin หรือ available margin ของบัญชี โดยขึ้นอยู่กับกำไรขาดทุนของสถานะที่เปิดอยู่และการปรับยอดบัญชีอื่นๆ

สรุป

ก่อนเติมเงินเข้าบัญชีเทรด ให้แยกกระบวนการออกเป็นหลายการตัดสินใจ แทนที่จะมองว่าเป็นธุรกรรมเดียว

ยืนยันการตรวจสอบตัวตน ประเภทบัญชี สกุลเงินของบัญชี ค่าธรรมเนียมและวงเงินการชำระเงิน ข้อกำหนดด้านความเป็นเจ้าของ กฎการถอนเงิน และจำนวนเงินที่จะถูกจัดสรรไปใช้เทรดจริง

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือระหว่างสิ่งที่คุณได้รับอนุญาตให้ฝากและสิ่งที่คุณพร้อมจะนำไปเสี่ยงในการเทรด

การเทรด CFD แบบใช้เลเวอเรจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ควรพิจารณาเฉพาะเงินทุนที่สามารถรับความเสี่ยงดังกล่าวได้โดยไม่กระทบต่อภาระทางการเงินที่จำเป็นเท่านั้นสำหรับการเทรด

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือการลงทุน

กลับ กลับ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ นโยบายคุกกี้ ของเรา